ส่งรถมอเตอร์ไซค์ ราคา( เปรียบเทียบอัตราค่าขนส่ง ไปรษณีย์, รถไฟ, เอกชน )
รู้ได้ทันที! อัตราค่าส่งรถมอเตอร์ไซค์ ไปรษณีย์, รถไฟ, เอกชน
ส่งรถมอเตอร์ไซค์ หรือส่ง bigbike ไปยังสถานที่ต่าง ๆ เป็นเรื่องที่หลายคนต้องการทำ ไม่ว่าจะส่งไปเพื่อค้าขาย หรือส่งไปให้กับญาติหรือคนที่อยู่ห่างไกลใช้ แต่ก็ติดปัญหาในเรื่องการคิดค่าขนส่ง เนื่องจากบริการขนส่งมีหลายเจ้า ที่มีอัตราค่าขนส่งแตกต่างกันไป ซึ่งบางครั้งอาจทำให้ผู้ใช้บริการสับสนในการเลือกใช้บริการขนส่ง
ในบทความนี้ทางเรา ต้นรักขนส่ง จะมาเปรียบเทียบราคาการส่งรถมอเตอร์ไซค์ผ่านทางไปรษณีย์ รถไฟ และบริการขนส่งเอกชน โดยจะพิจารณาว่าแบบไหนจะประหยัด แบบไหนจะคุ้มค่า แบบไหนจะสะดวก รวดเร็ว แบบไหนจะปลอดภัย แบบไหนจะตอบโจทย์คุณมากที่สุด และระยะทางที่ต้องการส่ง
หมายเหตุ : ในการเปรียบเทียบราคานี้ ข้อมูลราคาและอัตราค่าขนส่งที่ได้รับมาเป็นเพียงเปรียบเทียบและการประมาณการเท่านั้น อาจมีการเปลี่ยนแปลงราคาหรือนโยบายของบริการขนส่งได้ตลอดเวลา ดังนั้นผู้ใช้บริการควรตรวจสอบข้อมูลอัพเดทก่อนใช้บริการนะครับ
1. ส่งรถมอเตอร์ไซค์ผ่านไปรษณีย์

การส่งรถมอเตอร์ไซค์ผ่านไปรษณีย์เป็นช่องทางในการขนส่งที่สะดวกอีกช่องทางหนึ่ง ซึ่งผู้ส่งสามารถส่งรถได้ทุกที่ขอแค่มีสาขาไปรษณีย์อยู่ ไม่ว่าจะในเมืองหรือต่างจังหวัด และสามารถติดตามสถานะการส่งได้ผ่านระบบติดตามสถานะการส่งของไปรษณีย์ อย่างไรก็ตาม การส่งผ่านไปรษณีย์ยังมีข้อเสียอยู่บ้าง เช่น ต้องใช้เวลาในการนำรถไปที่สาขาไปรษณีย์เพื่อส่ง ราคาค่าขนส่งที่คิดคำนวณจากน้ำหนักของสินค้าเป็นหลัก และใช้เวลาหลายวันกว่าจะถึงที่หมาย

1.1 อัตราค่าส่งรถมอเตอร์ไซค์ จากต้นทาง-ปลายทาง
อัตราค่าบริการจะเพิ่มขึ้นตามระยะทางของ ต้นทาง – ปลายทาง ที่จัดส่งรถมอเตอร์ไซค์ ซึ่งแบ่งออกเป็น 10 โซน เป็นจังหวัดต่าง ๆ ดังนี้
– โซน 1 : กรุงเทพมหานคร นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ
– โซน 2 : สระแก้ว ปราจีนบุรี ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี ตราด
– โซน 3 : นครปฐม กาญจนบุรี ราชบุรี สมุทรสาคร สมุทรสงคราม เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์
– โซน 4 : อุทัยธานี สิงห์บุรี ชัยนาท ลพบุรี สระบุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา สุพรรณบุรี นครนายก
– โซน 5 : อุตรดิตถ์ สุโขทัย ตาก พิษณุโลก กำแพงเพชร พิจิตร เพชรบูรณ์ นครสวรรค์
– โซน 6 : แม่ฮ่องสอน เชียงราย พะเยา เชียงใหม่ ลำพูน น่าน ลำปาง แพร่
– โซน 7 : กาฬสินธุ์ มุกดาหาร ร้อยเอ็ด มหาสารคาม ชัยภูมิ อำนาจเจริญ ยโสธร ศรีสะเกษ อุบลราชธานี บุรีรัมย์ สุรินทร์ นครราชสีมา
– โซน 8 : หนองคาย บึงกาฬ เลย อุดรธานี นครพนม สกลนคร หนองบัวลำภู ขอนแก่น
– โซน 9 : ชุมพร ระนอง สุราษฎร์ธานี พังงา นครศรีธรรมราช
– โซน 10 : กระบี่ ภูเก็ต ตรัง พัทลุง สงขลา ปัตตานี สตูล ยะลา นราธิวาส
1.2 ข้อดีการขนส่งรถมอเตอร์ไซค์ผ่านไปรษณีย์ไทย
ข้อดีของการส่งมอเตอร์ไซค์ผ่านไปรษณีย์ไทยนั้นคือ มีความสะดวกสบาย มีการรับประกันความเสียหายให้ในวงเงินไม่เกิน 3,000 บาท หากเกิดความเสียหายขึ้นกับรถมอเตอร์ไซค์ของเรา อันเกิดจากกระบวนการขนส่ง ระยะเวลาในการขนส่งคือ 5-7 วัน และผู้รับต้องไปรับรถเองที่ทำการไปรษณีย์
2. ส่งรถมอเตอร์ไซค์ผ่านทางรถไฟแห่งประเทศไทย

การรถไฟแห่งประเทศไทยเขามีบริการให้เราสามารถส่งรถมอเตอร์ไซค์ โดยบริการดังกล่าวเขาเรียก”ค่าระวางสัมภาระ”ซึ่งรถมอเตอร์ไซค์เองก็ถูกจัดอยู่ในสัมภาระที่ได้รับอนุญาตให้นำไปกับขบวนรถโดยสาร โดยทางรถไฟคิดค่าอัตราบริการดังต่อไปนี้

2.1 อัตราค่าบริการของการส่งมอเตอร์ไซค์
รถจักรยานยนต์ อนุญาตให้นำไปกับขบวนรถโดยสาร และรถรวมทุกขบวน ตามอัตราที่การรถไฟแห่งประเทศไทยกำหนดไว้ โดยแยกตาม ซีซี เครื่องยนต์ โดยเสียค่าระวาง ดังนี้
- เครื่องยนต์ไม่เกิน 125 ซีซี. : ค่าระวางรวม = ค่าระวาง + ค่าธรรมเนียม 400 บาท + ค่าขนขึ้น 80 บาท + ค่าขนลง 40 บาท
- เครื่องยนต์ขนาดเกิน 125 ซีซี. : ค่าระวางรวม = ค่าระวาง + ค่าธรรมเนียม 500 บาท + ค่าขนขึ้น 100 บาท + ค่าขนลง 60 บาท
ตัวอย่างราคาการส่งรถมอเตอร์ไซค์จากกรุงเทพ – อุบลราชธานี โดยมีระยะทางที่ 629 กม.
- เครื่องยนต์ไม่เกิน 125 ซีซี + (น้ำหนักรถ 100 กก.) + (ค่าระวาง 310 บาท) + (ค่าธรรมเนียม 400 บาท) + (ค่าขนขึ้น 80 บาท) + (ค่าขนลง 40 บาท) เท่ากับว่ามีค่าใช้จ่ายอยู่ที่ 830 บาท
- ครื่องยนต์ขนาดเกิน 125 ซีซี + (น้ำหนักรถ 150 กก.) + (ค่าระวาง 370 บาท) + (ค่าธรรมเนียม 500 บาท) + (ค่าขนขึ้น 100 บาท) + (ค่าขนลง 60 บาท) เท่ากับว่ามีค่าใช้จ่ายอยู่ที่ 1,030 บาท
2.2 ข้อควรระวังในการใช้บริการส่งรถมอเตอร์ไซค์ผ่านรถไฟ
- อุปรณ์เสริมต่างที่ติดมากับรถ ไม่ว่าจะเป็น ขาจับโทรศัพท์ หรือ กล่องใส่สัมภาระ จำเป็นต้องถอดออกให้หมด ป้องกันความเสียหายเกิดขึ้นระหว่างขนส่ง
- ควรหาพลาสติกกันกระแทกมาห่อหุ้มไว้ เพื่อป้องกันรถเป็นรอย หรือความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นได้ในระหว่างขนส่ง
2.3 ข้อดีการขนส่งรถมอเตอร์ไซค์ผ่านทางรถไฟแห่งประเทศไทย
ข้อดีการขนส่งรถมอเตอร์ไซค์ผ่านทางรถไฟคือราคาถูก เมื่อเทียบกับกับ ไปรษณีย์ หรือเอกชน แตมันมีข้อเสียที่ว่า คุณจะต้องนั่งไปกับรถ หรือพูดง่ายๆ ก็คือจะต้องมีคนนั่งไปกับรถด้วย(ไม่งั้นเขาไม่รับ) ซึ่งมันไม่ตอบโจทย์สำหรับคนที่ค้าขายรถมอเตอร์ไซค์
3. ส่งรถมอเตอร์ไซค์ผ่านทางขนส่งเอกชน

การส่งรถมอเตอร์ไซค์ผ่านทางขนส่งเอกชนก็เป็นทางเลือกอีกวิธีหนึ่งที่ง่าย และสะดวกสบายที่สุด ซึ่งขนส่งเอกชนต่างๆ จะมีอัตราค่าบริการและเงื่อนไขการให้บริการที่แตกต่างกัน แต่ส่วนใหญ่จะคำนึงถึงความปลอดภัยของการขนส่งและระยะเวลาในการส่งที่เร็วขึ้น เมื่อเทียบกับการใช้บริการของไปรษณีย์ นอกจากนี้ ยังมีบริการจัดส่งสินค้าภายในวันเดียว หรือ 24 ชั่วโมง ซึ่งเป็นเป็นการจัดส่งแบบ Door to door เข้ารับของและส่งไปยังปลายทางทันที ไม่ต้องผ่านจุดคัดแยกสินค้า ทำให้สินค้าปลอดภัย ลดความเสี่ยงในการสูญหายหรือเสียหายลงได้มาก
3.1 ขนส่งเอกชนคิดราคาขนส่งยังไง
- คิดราคาตามระยะทางและเวลาที่ใช้ในการขนส่ง
- คิดราคาตามปริมาณและน้ำหนักของสินค้า
- คิดราคาแบบเหมาวัน
3.2 อัตราค่าส่งรถมอเตอร์ไซค์ผ่านขนส่งเอกชน
อัตราค่าส่งรถมอเตอร์ไซค์ผ่านขนส่งเอกชนจะมี 3 แบบดังต่อไปนี้
- ส่งรถมอเตอร์ไซค์แบบธรรมดา : ราคานี้ประหยัดสุด ระยะเวลาในการขนส่ง 3-5 วัน อัตราค่าส่งเริ่มต้น 1,200บาท (ระยะทางต้องไม่เกิน30กิโลเมตร)
- ส่งรถมอเตอร์ไซค์แบบด่วน : เหมาะสำหรับคนที่ใจร้อน อยากได้รถแบบด่วนๆ เร็วๆ ระยะเวลาในการขนส่ง 1 วัน แต่ระยะทางต้องไม่เกิน 700กิโลเมตรนะครับ ถ้าระยะทางตั้งแต่ 700 กิโลเมตรขึ้นไปใช้เวลาขนส่ง 1-2วันนะครับ อัตราค่าส่งเริ่มต้นที่ 1,700 บาท (ระยะทางต้องไม่เกิน 30 กิโลเมตร)
- ส่งรถมอเตอร์ไซค์แบบเหมาคัน : เหมาะสำหรับเจ้าขอกิจการค้าขายรถมอเตอร์ไซค์ที่ต้องการส่งจำนวนหลายคัน หรือใครก็ตามที่ต้องการ ขนส่งมอเตอร์ไซค์ กลับบ้านต่างจังหวัด พร้อมข้าวของสิ่งของอื่นๆ อัตราค่าขนส่งเริ่มต้น 2,000 บาท ระยะทางต้องไม่เกิน 30 กิโลเมตร
3.3 ข้อดีการส่งรถมอเตอร์ไซค์ผ่านทางขนส่งเอกชน
ข้อดีของการส่งมอเตอร์ไซค์ผ่านขนส่งเอกชนนั้นคือ มีการรับประกันรถหาย ประกันชุดสีเป็นรอย และสามารถโทรติดตามได้ตลอดเวลา รับ-ส่งถึงหน้าบ้าน มีเก็บค่าขนส่งปลายทาง ไม่ว่าจะส่งในกรุงเทพฯ หรือต่างจังหวัดก็ถึงที่หมายโดยปลอดภัยสวัสดิภาพ
4. เอกสารที่ต้องใช้ในการส่งรถมอเตอร์ไซค์แต่ละแบบ

อีกเรื่องสำคัญที่หลายคนมองข้ามคือ “เอกสาร” ถ้าเตรียมไม่ครบหรือชื่อไม่ตรง อาจทำให้ส่งรถไม่ได้ในวันนั้นเลย มาดูภาพรวมกันว่าต้องเตรียมอะไรบ้างในแต่ละช่องทาง
4.1 เอกสารสำหรับส่งรถมอเตอร์ไซค์ผ่านไปรษณีย์ไทย
โดยทั่วไป การส่งรถผ่านไปรษณีย์ไทยจะต้องเตรียมเอกสารดังนี้
- สำเนาทะเบียนรถมอเตอร์ไซค์ (เล่มเขียว) จำนวนอย่างน้อย 2 ชุด
- สำเนาบัตรประชาชนของผู้ที่ไปดำเนินการส่ง 2 ชุด
- สำเนาบัตรประชาชนของเจ้าของรถตามเล่มทะเบียน 2 ชุด
- กรณีผู้ส่งกับเจ้าของรถเป็นคนเดียวกัน ใช้ชุดเดียวกันได้
- หากคนละคน ต้องมีสำเนาของทั้งสองฝ่าย และอาจเซ็นมอบอำนาจกำกับไว้
ทุกชุดควรเซ็น “สำเนาถูกต้อง” พร้อมระบุเบอร์โทรศัพท์ที่ติดต่อได้ชัดเจน
4.2 เอกสารสำหรับส่งรถมอเตอร์ไซค์ผ่านรถไฟ
สำหรับการส่งรถกับการรถไฟแห่งประเทศไทย เอกสารที่มักต้องใช้คือ
- บัตรประชาชนตัวจริงของผู้ส่ง
- สำเนาบัตรประชาชน (เผื่อกรอกเอกสาร)
- สำเนาทะเบียนรถ (เล่มเขียวหน้าแรกและหน้าที่มีรายการเจ้าของรถ)
บางสถานีอาจมีเงื่อนไขเรื่องหนังสือมอบอำนาจ หากผู้ส่งไม่ใช่เจ้าของตามทะเบียน แนะนำโทรสอบถามสถานีที่คุณจะไปใช้บริการล่วงหน้า เพื่อเตรียมเอกสารให้ตรงตามที่ต้องการ
4.3 เอกสารสำหรับส่งรถมอเตอร์ไซค์ผ่านขนส่งเอกชน
เอกสารที่ขนส่งเอกชนมักขอมีดังนี้
- รูปถ่ายหรือสำเนาทะเบียนรถมอเตอร์ไซค์
- บัตรประชาชนผู้ส่ง (ตัวจริงแสดงต่อหน้า และอาจขอสำเนาแนบงาน)
- ข้อมูลผู้รับปลายทาง ที่อยู่และเบอร์ติดต่อให้ชัดเจน
บางบริษัทอาจขอรูปถ่ายสภาพรถก่อนรับ เพื่อใช้เทียบกับตอนส่งถึงปลายทางด้วย ซึ่งจริงๆ ก็เป็นประโยชน์กับทั้งสองฝ่าย และช่วยให้สบายใจมากขึ้น
5. เปรียบเทียบอัตราค่าส่งรถมอเตอร์ไซค์ ไปรษณีย์, รถไฟ, เอกชน
เพื่อให้เห็นภาพรวมของ อัตราค่าส่งรถมอเตอร์ไซค์ ไปรษณีย์, รถไฟ, เอกชน ชัดขึ้น ลองดูสรุปเปรียบเทียบแบบง่ายๆ ด้านล่างนี้
| วิธีส่ง | ภาพรวมราคา (โดยประมาณ) | ระยะเวลา | ความสะดวก | เหมาะกับใคร |
|---|---|---|---|---|
| ไปรษณีย์ไทย (LogisPost) | ระดับกลาง–ค่อนข้างสูง ขึ้นกับ CC และโซน | 5–7 วันทำการ | ต้องไปส่งและรับที่สาขาเอง | คนที่ต้องการระบบเอกสารชัดเจน และไม่ได้รีบใช้รถมาก |
| รถไฟแห่งประเทศไทย | มักถูกที่สุด ถ้าระยะทางไกล | ตามรอบขบวนรถ อาจ 1–2 วันหรือมากกว่า | ต้องไปส่ง–รับที่สถานี และต้องนั่งไปกับรถ | คนที่เดินทางไปด้วย และอยากประหยัดค่าใช้จ่าย |
| ขนส่งเอกชน | ตั้งแต่ประหยัดจนถึงระดับพรีเมียม ขึ้นกับรูปแบบบริการ | 1–5 วัน ขึ้นกับแบบธรรมดาหรือด่วน | สะดวกที่สุด มีรับ–ส่งถึงบ้าน | คนที่เน้นความสะดวก รวดเร็ว และธุรกิจที่ส่งรถหลายคัน |
เมื่อมองภาพรวมแล้ว
- ถ้าโฟกัสเรื่อง “ถูกที่สุด” และวางแผนเวลาได้ → รถไฟ
- ถ้าโฟกัสเรื่อง “มีระบบชัดเจนทั่วประเทศ” → ไปรษณีย์ไทย
- ถ้าเน้น “ความสะดวกและบริการถึงบ้าน” → ขนส่งเอกชน
การเลือกวิธีส่งที่เหมาะกับคุณ จะช่วยให้จัดการเรื่องงบประมาณและเวลาได้ดีขึ้นมากครับ
6. เคล็ดลับเตรียมรถมอเตอร์ไซค์ก่อนส่ง และลดความเสี่ยงเสียหาย

ไม่ว่าคุณจะเลือกวิธีไหน การเตรียมรถให้พร้อมก่อนส่ง ช่วยลดโอกาสเกิดปัญหาได้มาก ลองเช็กตามนี้ครับ
- ล้างรถและถ่ายรูปทุกมุมก่อนส่ง
การล้างรถให้สะอาดและถ่ายรูป 4–6 มุม (ด้านหน้า หลัง ซ้าย ขวา ใกล้ๆ ชุดสี จุดที่มีรอยเดิม) จะช่วยใช้เป็นหลักฐานได้ดี หากต้องเคลมความเสียหาย - ถอดของมีค่าและอุปกรณ์เสริมออกจากตัวรถ
เช่น กล่องท้ายที่มีของ เครื่องเสียงเพิ่มเติม กล้องติดรถ ฯลฯ เก็บไว้กับตัวเองให้หมด - ล็อกกุญแจแยกจากตัวรถ
ส่วนใหญ่ผู้ให้บริการจะขอให้เก็บกุญแจไว้เอง หรือส่งมอบเฉพาะตอนจำเป็น ควรสอบถามให้ชัดเจน - เช็กยาง เบรก และของเหลว
ถึงแม้จะไม่ได้ขี่ระหว่างทาง แต่ตอนขึ้น–ลงรถบรรทุกหรือขบวนรถ ก็ต้องเข็นหรือขึ้นทางลาด ยางและเบรกควรอยู่ในสภาพใช้งานได้ - เตรียมเบอร์ติดต่อที่ชัดเจนของทั้งผู้ส่งและผู้รับ
เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถโทรแจ้งตอนรถถึงปลายทางได้ทันที - เก็บรูปถ่ายและเอกสารทุกอย่างไว้ในโทรศัพท์
เผื่อกรณีต้องส่งให้เจ้าหน้าที่ทางไลน์ หรือใช้เป็นหลักฐานอ้างอิงภายหลัง
“รูปถ่ายก่อนส่งไม่กี่ใบ ช่วยประหยัดเวลาเถียงกันตอนเคลมได้เป็นชั่วโมงๆ” – ประสบการณ์จากคนใช้บริการขนส่งรถหลายครั้ง
การใส่ใจรายละเอียดเล็กๆ เหล่านี้ ทำให้การส่งรถมอเตอร์ไซค์ของคุณปลอดภัย และลดปัญหาปวดหัวตามมาทีหลังได้มากทีเดียวครับ
สรุป…
การส่งรถมอเตอร์ไซค์เป็นเรื่องที่ค่อนข้างยุ่งยาก(นิดหนึ่ง) และต้องการความรอบคอบในการเลือกบริษัทขนส่งที่เหมาะสมสำหรับการส่งรถของท่าน บทความนี้ “ต้นรักขนส่ง“เราได้พูดถึงวิธีการเลือกบริการขนส่งที่มีคุณภาพและราคาที่เหมาะสมสำหรับการส่งรถมอเตอร์ไซค์ นอกจากนี้ยังมีการเปรียบเทียบราคาและบริการของบริษัทขนส่งที่ได้รับความนิยมในตลาด เช่น ไปรษณีย์, รถไฟ, และบริษัทขนส่งเอกชน ทำให้ท่านผู้อ่านสามารถตัดสินใจเลือกบริษัทขนส่งที่เหมาะสมกับความต้องการของตนได้อย่างถูกต้องและมั่นใจในการส่งรถมอเตอร์ไซค์ของตนได้อย่างปลอดภัย

และหากลูกค้าท่านใกต้องการส่งมอเตอร์ไซค์แบบด่วน หรือแบบเหมาคัน พร้อมมีการรับประกันระหว่างขนส่ง ขอแนะนำต้นรักขนส่ง คือขนส่งเอกชน ให้บริการส่งรถมอเตอร์ไซค์ ทั้งในกรุงเทพและต่างจังหวัด ขนส่งด้วยทีมงานมืออาชีพ สนใจสอบถามราคาค่าขนส่งเพิ่มเติมได้ที่…
เบอร์โทร 0640678418 หรือ 0955540456
ไลน์ ไอดี @tonruktransport หรือคลิกที่
>> https://line.me/ti/p/OTX-OpMAOK <<
เรามีแอดมินคอยตอบลูกค้า และปรึกษาราคาขนส่งฟรีได้ตลอด 24 ชั่วโมง
#ต้นรักขนส่ง
บริการฉับไว ส่งจริง วิ่งทุกวัน ราคามิตรภาพ
ขอบคุณ ข้อมูลอ้างอิงจาก khaorot.com auto.mthai.com



